อาจารย์นภพล รัตนสุนทร แห่งวิทยาลัยเทคนิคนครนายก จังหวัดนครนายก อาจารย์ภาควิชาไฟฟ้ากำลัง ให้ความสนใจในเรื่องของการทำเกษตร โดยนำเอาองค์ความรู้เชิงช่างมาประยุกต์เข้ากับงานการเกษตร
สร้างผลงานนวัตกรรมใหม่ออกมาหลายชิ้นงาน และ 1 ในผลงานที่เกี่ยวกับงานการทำเกษตรโดยตรงก็คือ การคิดประดิษฐ์ปลูกมะนาวกระถางแก้มลิง กับ การปลูกมะนาวระบบไฮโดรโปนิกส์ ให้ประชาชนทั่วไปที่มีพื้นดินทำกินไม่มากนัก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตามบ้านจัดสรรหรือบ้านพักอาศัยในเมืองที่ต้องการปลูกมะนาวไว้ดูเล่นหรือเพื่อบริโภค ได้มีโอกาสปลูกมะนาวในพื้นที่จำกัดและปลูกมะนาวได้หลายปี แม้จะเป็นการปลูกในกระถางก็ตามที แต่เป็นการคิดหาวิธีให้ต้นมะนาวสามารถเจริญเติบโตในพื้นที่จำกัดได้ โดยมีน้ำที่เป็นหัวใจหลักของการปลูกมะนาวคอยหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ
“อาจารย์นภพล รัตนสุนทร” กล่าวว่า แนวความคิดการนำต้นมะนาวมาปลูกในกระถางที่มีพื้นที่แคบๆ และให้มีน้ำหล่อเลี้ยงระบบรากมะนาวอยู่เสมอ การป้องกันมิให้ต้นมะนาวขาดน้ำนั้น มาจากหลักการทางธรรมชาติที่มีมาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์มาแล้ว หลายๆ คนอาจจะไม่ได้สังเกตว่าเวลาเราเดินผ่านหัวคันนาจะมองเห็นต้นไม้ยื่นต้น ต้นยางนายืนต้นอยู่บนหัวคันนายามหน้าแล้งไม่มีน้ำก็คงไม่แปลกอะไร แต่พอเข้าหน้าฝนระดับน้ำในท้องนากับบนคันนาต่างกันแค่คืบเดียว จึงมีคำถามเกิดขึ้นมาว่าทำไมต้นยางนาและต้นไม้ยืนต้นต่างๆ ถึงไม่ตาย ก็ในเมื่อสภาพท้องนานั้นมีน้ำเจิ่งนองโดยรอบคำตอบก็คือ น้ำไม่ได้ท่วมต้นไม้ต้นยางระบบรากของต้นไม้ดูดซึมน้ำใต้ดินจึงสามารถยืนต้นอยู่ได้ แต่ถ้าวันใดน้ำท่วมบนคันนาจนหมด ตรงนั้นแหละต้นไม้จึงจะตาย
“เกิดเป็นแนวความคิดปลูกพืชระบบแก้มลิงขึ้นมา คำว่า “แก้มลิง” เป็นคำพระราชทานที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำริให้จัดสถานที่กักเก็บน้ำขนาดใหญ่เอาไว้ก่อนแล้วค่อยๆ จ่ายน้ำออกไปสู่ภาคเกษตร หรือสู่ระบบน้ำตามธรรมชาติต่อไปในภายหลัง”
“อาจารย์นภพล รัตนสุนทร” กล่าวว่า ตนถือว่าคำว่า “แก้มลิง” นั้นเป็นนามมลคล จึงนำมาเรียกขานกับผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นขึ้นมา คือ การปลุกพืชระบบแก้มลิงหรือ การปลูกมะนาว กระถางแก้มลิง ในหลักการก็คือ มีถังใหญ่ 1 ใบ และกระถางเล็กที่เป็นกระถางแก้มลิงอีก 1 ใบเท่านั้น แล้วเอาหลักการระดับน้ำใต้ดินมาใช้
“อาจารย์นภพล” กล่าวต่อไปอีกว่า การคิดออกแบบกระถางแก้มลิงนั้นคิดมานานแล้ว แต่ก็ยังใช้ไม่ได้และไม่ถูกใจ จนกระทั่งมาเจอถังสีใบใหญ่ ก็คิดว่าถ้าเราเจาะรูข้างถังเหมือนที่เขาปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ท่มีก้นเพื่อให้น้ำระบายออกด้านข้าง แล้วก็คิดเอากระถางต้นไม้ขนาดเล็กกว่าถังสีมีรูเจาะที่ก้นกระถางอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปทำอะไร เพียงแค่นำกระถางเล็กคว่ำลงวางไว้ตรงกลางก้นถังสี
จากนั้นก็นำเอาท่อเอสล่อน 1 นิ้วความยาวกว่าถังสี สอดลงไปตรงรูก้นกระถางเล็กที่ตั้งคว่ำวางอยู่ในถังสี เพื่อใส่น้ำลงไปในท่าเอสล่อนหลังเติมดินและปลูกมะนาวแล้ว “วิธีการนี้แม้ต้นมะนาวจะมีน้ำดูดซึม แต่ก็ยังเจริญเติบโตไม่ดี เพราะระบบรากมะนาวได้รับความชื้นมากเกินไป”
“อาจารย์นภพับ รัตนสุนทร” กล่าวต่อไปอีกว่า ตนจึงคิดดัดแปลงใหม่ โดยมองว่าตามหลักการที่ทำมานั้นถูกต้องแล้ว แต่ยังหาความลงตัวที่จะให้ระบบรากมะนาวไม่อยู่ในที่ชื้นเปียกจนเกินไป จึงคิดนำเอาหินกรวดมาใส่ให้รอบกระถางเล็ก เป็นการรองรับระบบรากมะนาวไม่ให้แช่น้ำหรืออยู่ในที่เปียกชื้นจนเกินไป ก่อนที่จะนำเอาดินปลูกมาเติมให้เต็มถังสี แล้วเอาต้นมะนาวลงปลูก
ในระบบนี้ต้นมะนาวสามารถเจริญเติบโตได้ดี ระบบรากมะนาวแทรกเข้าไปตามหินแล้วก็ดูดซึมน้ำขึ้นไปล่อเลี้ยงลำต้น โดยมีน้ำเป็นแอ่งเล็กๆ อยู่ในกระถางที่คว่ำอยู่กลางถังสี ระดับน้ำในกระถางเล็กกับนอกกระถางจะเท่ากัน ซึ่งจะต้องเจาะรูถังสี 3 ด้าน สูงจากก้นถึงขึ้นมาประมาณ 3-4 นิ้ว เพื่อให้น้ำระบายออกนอกถังสีและไม่ให้ระดับน้ำภายในสูงไปกว่านี้อีกแล้ว ดังนี้นกระถางที่คว่ำอยู่ตรงกลางต้องเป็นกระถางใหญ่พอสมควร มีความสูงประมาณ 4-5 นิ้ว เพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ภายในกระถางระดับ 3-4 นิ้วได้
ส่วนท่อเอสล่อนนั้นก็บากปลายท่อให้สามารถสอดเข้าไปในรูก้นกระถางเล็กในขณะที่คว่ำอยู่ได้ ต้องสอดท่อเอสล่อนตั้งไว้ก่อนที่จะเติมดินปลูกในกระถาง เมื่อเติมดินเต็มถังสีแล้วจะแลเห็นปลายท่อเอสล่อนส่วนบนโผล่พ้นดินปลูกขึ้นมา เวลาจะให้น้ำต้นมะนาวก็กรอกน้ำเข้าไปทางท่อเดสล่อน สังเกตด้านข้างถังสีถ้าน้ำระบายออกจากรูด้านข้าง แสดงว่าเติมน้ำลงไปในกระถางเล็กกลางถังสีพอแล้ว
“อาจารย์นภพล” บอกว่า วิธีนี้ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องการให้น้ำมะนาวเพียงแต่เติมน้ำให้เต็มระดับระบายน้ำ ท่านก็สามารถไปต่างจังหวัดหรือไปทำธุระไกลๆ ได้นานเป็นอาทิตย์ ต้นมะนาวก็ยังมีน้ำให้ดูดซึมสบายดีอยู่
เราสามารถใส่ปุ๋ยไปพร้อมกับการเติมน้ำได้เลย ถ้าอยากให้ต้นมะนาวโตไวๆ ก็ใช้ปุ๋ยน้ำไฮโดรโปนิกส์ที่ใช้ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ใส่ลงไป แต่ปุ๋ยน้ำไฮโดรโปนิกส์เป็นปุ๋ยสูตรเร่งใบ หากจะนำมาใช้กับต้นมะนาวต้องดูจังหวะด้วย
ก่อนการปลูกมะนาวเราคสรศึกษา โรคและศัตรูมะนาว และการป้องกันแมลงศัตรูที่สำคัญ
หลังลงปลูกมะนาวในกระถางแก้มลิง ใส่ปุ๋ยน้ำไฮโดรโปนิกส์ไดเพื่อเริ่งใบเร่งการแตกยอดอ่อนให้ต้นเจริญเติบโตเร็วขึ้น แต่พอถึงระยะติดดอกจะต้องเปลี่ยนสูตรปุ๋ย ใส่ปุ๋ยตัวกลางสูง ลดปุ๋ยตัวหน้ากับตัวท้ายลง พอมะนาวติดผลค่อยเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตรตัวท้ายสูง จะทำให้ได้มะนาวมีคุณภาพยิ่งขึ้น
สำหรับพันธุ์มะนาวที่ใช้ปลูก “อาจารย์นภพล” แนะนำว่า น่าจะปลูกพันธุ์พิจิตร 1 เพราะทนต่อโรคแคงเกอร์ได้ดี อีกทั้งพันธุ์พิจิตร 1 ให้ผลทั้งปี
ส่วนการเตรียมอุปกรณ์ปลูกมะนาวแก้มลิงมีดังนี้
- ถังสีใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 12 นิ้ว 1 ใบ
- กระถางปลูกต้นไม้ขนาดเล็กที่ใช้ปลูกกล้วยไม้หรือไม้ประดับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว 1 ใบ รูเจาะที่ก้นกระถาง
- หินกรวดที่ใช้ก่อสร้างประมาณครึ่งถังสี
- ท่อเสล่อน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาวประมาณ 12 นิ้ว 1 อัน
- เตรียมวัสดุดินปลูกมะนาว
- เตรียมกิ่งพันธุ์มะนาวพร้อมปลูก
วิธีการปลูก
- เจาะรูด้านข้างถังสี ขนาดรู 1 นิ้ว 3 ด้านรอบถัง รูควรสูงจากก้นถังประมาณ 3 นิ้ว
- นำกระถางเล็กคว่ำลงไปในถังสี จัดให้อยู่ตรงกลาง
- ใส่หินกรวดให้เต็มกระถางเล็กที่อยู่ตรงกลางถัง
- สอดท่อเอสล่อนลงไปในรูก้นกระถางเล็ก ปลายท่อเอสล่อนควรใช้เลื่อยตัดบากให้เป็นปากฉลามเพื่อสามารถสอดเข้าไปในรูก้นกระถางได้ ปลายข้างหนึ่งของท่อเอสล่อนจะโผล่พ้นเหนือกระถางขึ้นมา
- เติมดินปลูกให้เต็มถังแล้วกดให้แน่นพอสมควร เมื่อดินยุบตัวลงมาอีกก็ให้เติมดินจนเต็มปากถัง
- แหวกดินปลูกกลางถังให้เป็นหลุมพอสมควร เพื่อที่จะนำกิ่งพันธุ์มะนาวลงปลูก
- นำกิ่งพันธุ์มะนาวออกจากถุงชำลงปลูก กลบโคนต้นให้แน่น
- หาหลักไม้ไผ่ผ่าซีกหรือไม้รวกผ่ามาปักโคนต้น ผูกมัดด้วยเชือกกล้วย ป้องกันไม่ให้กิ่งพันธุ์โยกคลอนเวลาโดนลมพัด
- ดูลักษณะจะเป็นการปลูกต้นมะนาวลงบนถังสี ให้ท่อเอสล่อนโผล่พ้นจากดินปลูกในถังขึ้นมา
- รดน้ำให้ชุ่มหลังลงกิ่งพันธุ์ปลูก
- เติมน้ำลงไปในท่อเอสล่อนเพื่อให้มีน้ำคงอยู่ภายในถัง เติมจนน้ำล้นระบบออกมาทางรูด้านข้างถัง
- จัดหาที่วางมะนาวกระถางแก้มลิงให้เหมาะสม ต้องวางไว้กลางแจ้งในที่โล่ง ไม่ควรวางไว้ในบ้านหรือในชายคาบ้านที่แสงแดดไม่ทั่วถึง เพราะมะนาวเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดมาก
- หากปลูกมากๆ หลายถังควรวางถังให้ห่างกันประมาณ 2 เมตร เพื่อการเจริญเติบโตของต้นมะนาวในวันข้างหน้า
“อาจารย์นภพล” กล่าวต่อไปอีกว่า มะนาวต้องบังคับทรงพุ่ม ยิ่งตัดแต่งกิ่งก็ยิ่งแตกกิ่ง ถ้าจะให้มะนาวติดดอกออกผลต้องตัดแต่งกิ่ง มะนาวจะติดดอกที่กิ่งใหม่เสมอ จะไม่ติดดอกที่กิ่งเก่า
หากจะทำมะนาวนอกฤดูหรือมะนาวฤดูแล้งในกระถางแก้มลิงนั้น จะต้องเลี้ยงต้นมะนาวให้แก่ประมาณ 1 ปีขึ้นไป เมื่อเห็นว่ามะนาวได้อายุที่จะติดดอกออกผล ก็ต้องเสริมเพิ่มปุ๋ยบำรุงต้นให้สมบูรณ์ที่สุดเสียก่อน ระยะน้ำให้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ไปก่อน
มะนาวจากติดดอกไปจนถึงเก็บผลผลิตได้ใช้ระยะเวลาเลี้ยงผลประมาณ 5 เดือน ถ้าต้องการเก็บผลมะนาวช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนก็ให้นับเดือนย้อนหลังลงไป จะอยู่ที่เดือนกันยายน-ตุลาคมเป็นช่วงเดือนที่จะต้องทำให้มะนาวติดดอกติดผลให้จงได้
ดังนั้นก่อนเดือนกันยายนคือเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเป็นช่วงของการบำรุงต้น ให้ต้นสะสมอาหารสมบูรณ์ที่สุด ช่วงนี้ตัดแต่งกิ่งมะนาว เอากิ่งไม่ดีกิ่งเสียออกให้หมด ถ้ามะนาวมีดอกมีผลบ้างก็ให้ปลิดดอกปลิดผลออกให้หมด ขณะเดียวกันก็ต้องงดการให้น้ำทางท่อเอสล่อน ไม่ให้น้ำเข้าไปขังอยู่ในกระถางเล็กกลางถังปลูกมะนาวได้ เพื่อสะดวกต่อการบังคับน้ำในเดือนต่อไปให้ใช้วิธิรดน้ำบางๆ พอแค่ชุ่มเท่านั้น
พอเข้าเดือนกันยายนคะเนว่าน้ำในกระถางเล็กแห้งหมดดีแล้ว และหากยังมีฝนตกชุกอยู่ก็ต้องใช้วิธีบังคับมะนาวด้วยการงดให้น้ำ โดยใช้พลาสติกแผ่นใหญ่คลุมโคนต้นมะนาวคลุมปากถังปลูกไม่ให้น้ำเข้าไปในวัสดุดินปลูกได้
ดูจนกระทั่งใบมะนาวเริ่มเหี่ยวหรือโศกพอสมควร อย่างให้ถึงกับใบเหลืองแห้งเป็นอันขาด เอาเป็นว่างดการให้น้ำเพียงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแตกตาดอกเท่านั้น เมื่อเอาพลาสติกคลุมออกก็ให้น้ำตามปกติ ให้ฉีดปุ๋ยเกล็ดทางใบสูตร 0-52-34 กระตุ้นตาดอก 1-2 ครั้ง เพียงแค่นี้ต้นก็จะติดดอกออกมาให้เห็น พอต้นติดดอกทางดินให้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ได้แล้ว ให้น้อยๆ เดือนละครั้งไปจนกระทั้งเก็บผลผลิตได้ในเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่มะนาวตามธรรมชาติจะไม่ติดดอกออกผล
มะนาวธรรมชาติจะติดดอกออกผลในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนไปเก็บผลผลิตได้ในเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี จึงเป็นช่วงที่เรียกว่า “มะนาวปี” ช่วงน้ำจะมีผลผลิตมะนาวออกมามากมาย ส่งผลถึงราคามะนาวจะตกต่ำ เกษตรกรจึงหลีกเลี่ยงไม่ทำมะนาวปีกันหันมาทำมะนาวนอกฤดูกาล คือ มะนาวหน้าแล้ง เก็บขายผลมะนาวช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนได้ราคาต่อผลสูง อ่านต่อ วิธีปลูกมะนาว อีกทางเลือกของการเพิ่มรายได้ โดย ไพบูลย์ ทองกุญชร
“อาจารย์นภพล” กล่าวว่า มะนาวกระถางแก้วลิงนี้ คิดดัดแปลงมาหลายรุ่นกว่าจะได้ออกงานโชว์ก็หลายปี ไปออกงานสภาวิจัยแห่งชาติสถานที่จัดแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์โดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆ สร้างความฮือฮาพอสมควร “อาจารย์นภพล” บอกว่า
“ผนเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาภาควิชาไฟฟ้ากำลังก็จริง แต่ก็สนใจงานการเกษตรมาตลอด สนใจการทำเกษตรปลอดสารพิษ พอมีจังหวะได้ที่ดินมรดกมา 4 ไร่ ที่ตำบลดงละคร ข้างวัดหนองทองทราย ก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์หันจับงานด้านการเกษตรโดยนำความรู้เชิงช่างเทคนิคมาประยุกต์ใช้กับงานการเกษตรควบคู่ไปด้วย”
“อาจารย์นภพล รัตนสุนทร” กล่าวอีกว่า งานทางช่างเทคนิค ช่างไฟฟ้ามีส่วนผูกพันกับราชการเกษตรมากมาย เช่น รถไถนา ปั๊มฉีดพ่นสารเคมีก็ได้ให้นักศึกษาคิดประดิษฐ์วิธีการให้ใช้ง่ายและประหยัด สะดวกต่อการใช้ยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้นักศึกษาคิดประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาใช้งานการเกษตร ซึ่งขณะนี้ก็กำลังคิดประดิษฐ์เครื่องดำนาและหว่านข้าวอยู่
“เมื่อผมมาทำเกษตร สิ่งหนึ่งที่ทำควบคู่กันไปนั่นก็คือ การทำเกษตรแปบบปลอดสารพิษ ที่สวนปลูกพืชแบบผสมผสานในพื้นที่เดียวกัน ก็เห็นพืชทั้งหมดเจริญเติบโตได้ดีโดยไม่มีจริตเข้าไปปรุงแต่ง อีกอย่างหนึ่งก็คือทำให้เราได้รู้จักกับคำว่า “พอเพียง” เป็นเช่นไรและมีความสุขอย่างไร”
“อาจารย์นภพล” กล่าวเสริมว่า อยู่กับธรรมชาตมีความสุขทั้งกายและใจ จึงอยากให้ทุกคนที่หมกมุ่นวุ่นวายอยู่กับภารกิจที่จำเป็นและไม่จำเป็น ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสความสุขในบรรยากาศของธรรมชาติบ้าง
ต้องการศึกษาเรื่องราวของมะนาวกระถางแก้มลิง หรือการทำเกษตรแบบผสมผสาน มาดูผลงานกันได้ที่จังหวัดนครนายก โทร.มาก่อนได้ที่ 086-099-7755 มาเยี่ยม “ส่วนเกษตรชีวภาพพอดี” วันหยุดราชการเสาร์-อาทิตย์ ได้เลยครับผม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น