การผลิตมะนาวสู้แล้ง สูตรบังคับสารเคมี
ถ้าจะทำมะนาวให้ติดผลนอกฤดูกาลต้องไม่เอาผลผลิตในฤดูกาล เป็นของธรรมดาที่จะต้องได้อย่างเสียอย่าง จะได้ทั้งอย่างนั้นเป็นไปไม่ได้
เนื่องจากผลของมะนาวนิยมบริโภคกันทุกครัวเรือน อาหารที่ต้องการรสเปรี้ยวล้วนแล้วแต่ใช้มะนาวทั้งสิ้น เมื่อมะนาวแพร่หลายก็มีการปลูกกันมาก ผลสะท้อนตามมานภายหลังก็คือเกิดสภาวะมะนาวล้นตลาดเกินแก่ความต้องการ
มะนาวให้ผลดก บางปีมะนาวมากก็มีปัญหา แต่บางช่วงเช่นฤดูร้อนหรือหน้าแล้ง มะนาวไม่ติดผลก็เกิดปัญหามะนาวขาดตลาด ซึ่งความสมดุลของมะนาวตรงนี้ยังไม่ดีนัก มะนาวจึงมีปัญหาทุกปี
มะนาวมีคุณค่าสารพัดประโยชน์สำหรับคนไทยอย่างแท้จริง ยามมะนาวราคาตกต่ำผลผลิตมีมากเกษตรกรผู้ปลูกก็เดือดร้อน แต่ยามหน้าแล้งมะนาวแพงราคามะนาวก็พุ่งสูงจนบางปีมีราคาผลละ 8 บาทก็มี เรียกว่ามะนาวสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในบางช่วงบางปีเท่านั้น
การที่ไม่เกิดความคงเส้นคงวาในเรื่องของผลผลิตมะนาวถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง มะนาวขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง แต่กลับล้นตลาดในช่วงฤดูฝน ทำให้ผู้ปลูกไม่ประสบความสำเร็จในการผลิตเชิงการค้า ดังนั้นจึงมีการคิดค้นการจัดการควบคุมการผลิต เพื่อให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ คือพยายามจะทำให้มีมะนาวออกสู่ท้องตลาดได้ตลอดทั้งปี เพราะมะนาวเป็นผลไม้คู่ควรที่ทุกบ้านจะต้องใช้ประกอบอาหาร
การจัดการควบคุมให้มะนาวออกผลได้ดีในฤดูแล้งเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาถูกจุดที่สุด และนั่นก็หมายถึงว่าจะต้องมีวิธีการควบคุมให้ต้นมะนาวสามารถสร้างดอกและติดผลได้หนาแน่นขึ้น ในช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน อันจะทำให้ผลผลิตแก่จัดเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาดได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม และเมษายนเป็นช่วงหน้าแล้งซึ่งเป็นระยะเวลาที่ตลาดมะนาวขายดีตลาดมีความต้องการสูง
นอกจากควบคุมให้ต้นมะนาวสามารถออกดอกผลได้ก่อนฤดูแล้ง สิ่งที่ตามมาจะส่งผลให้มะนาวลดปริมาณลงเมื่อถึงฤดูกาล ปัญหามะนาวล้นตลาดจะหมดไป ซึ่งสูตรสำเร็จ “การผลิตมะนาวหน้าแล้ง” นี้ได้ถูกนำมาใช้อย่างได้ผลมาแล้ว
ศูนย์วิจัยพืชสวนพิจิตร สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตรโดยนายธำรง ช่วยเจริญ และนายวสันต์ ผ่องสมบูรณ์ ได้ทำการศึกษาทดลองพบเทคนิคของการควบคุมให้มะนาวสามารถออกดอกก่อนฤดูได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ได้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้มากในช่วงฤดูแล้ง เป็นการช่วยเกษตรกรชาวสวนผู้ปลูกมะนาวได้เป็นอย่างดี
อาจารย์วสันต์ ผ่องสมบูรณ์ นันกวิจัยการเกษตรแห่งศูนย์วิจัยพืชสวน จังหวัดพิจิตร หนึ่งในทีมผู้ทำการวิจัย เทคนิคการบังคับมะนาว ให้ติดผลในหน้าแล้งเปิดเผยว่าแนวคิดริเริ่มนั้นมาจากท่านอาจารย์ธีรเดช ทองอำไพ ที่คิดการบังคับมะนาวให้ติดผลนอกฤดูจนสำเร็จมาแล้ว จึงมามองว่าหากบังคับให้มะนาวติดผลได้ดีในหน้าแล้ง ก็จะช่วยบรรเทาความเดือนร้อนในเรื่องของผลผลิตมะนาวเกินความต้องการของท้องตลาดได้ หลักการทำมะนาวให้ติดผลในหน้าแล้งนั้นก็ใช้วิธี “หยุดการแตกใบอ่อน ให้ต้นสร้างตาดอกขึ้นมา” เป็นหลักการง่ายๆ
ตามปกติมะนาวจะติดผลแก่จัดในช่วงหน้าฝนระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่มะนาวออกสู่ท้องตลาด ระยะเวลาที่ต้นมะนาวออกดอกจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมผลผลิตจะออกในหน้าดังกล่าว ทีนี้หากจะให้มะนาวออกผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ก็จะต้องมาบังคับให้ต้นมะนาวออกดอกในช่วงกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน เพราะหลังจากมะนาวออกดอกเต็มที่จนถึงเป็นผลแก่จะใช้เวลาสองเดือน
เรามาเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการผลิตมะนาวฤดูแล้ง เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและนำไปปฏิบัติได้กัน
เริ่มจากเดือนเมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง ช่วงที่มะนาวให้ผลผลิตน้อยที่สุด บางต้นแทบจะไม่ติดเอาเสียเลย หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตซึ่งจะมีบ้างในช่างนี้หมดแล้วก็ต้องทำการตัดแต่งกิ่ง เอาเป็นว่าในช่วงเดือนเมษายนนี้จะต้องปลิดช่อดอกและผลออกที่ต้นมะนาวออกให้หมดไม่ต้องไปกังวลกับมัน ซึ่งถ้ามีปริมาณมากๆ อาจพ่นสารทางใบ เอทธีฟอน อัตรา 80 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ปัจจุบันมีสารดังกล่าวจำหน่ายในทางการค้าชื่อ อีเทรล ชนิดนี้มีปริมาณเนื้อสารเอทธีฟอน 48% ใช้อัตรา 33 มิลลิลิตร (ซีซี) ต่อน้ำ 200 ลิตร พ่นบริเวณช่อดอกและผลอ่อนให้ทั่ว ดอกและผลอ่อนจะร่วงภายใน 2-3 วัน จะต้องตัดช่อผลออกที่เหลืออยู่ให้หมดด้วยบำรุงต้นให้สมบูรณ์ด้วยการใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 16-20-0 หรือ 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 1-1 ½ กิโลกรัมต่อต้นอายุ 2-4 ปี และอัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้นอายุ 5-7 ปี ร่วมกับปุ๋ยคอก 2-3 ปี๊บต่อต้น
ในช่วงเดือนพฤษภาคม ทำกาตัดแต่งกิ่ง ตัดกิ่งแห้ง-กิ่งกระโดงภายในทรงพุ่ม กิ่งที่เป็นโรคและถูกทำลายจากแมลงออกเผาทำลายทิ้ง ต้องตัดให้หมด ให้ดูโปร่ง เพราะขืนปล่อยทิ้งไว้จะแย่งอาหารจากลำต้นและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอีกด้วย กำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชให้หมด พ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคที่สำคัญได้แก่ แคงเกอร์ และแมลงพวกเพลี้ยไฟ เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง และไร
ระหว่างการตัดแต่งกิ่งนั้น เป็นช่วงที่ลำต้นต้องการความเจริญเติบโน เรียกว่าเป็นขั้นตอนการพักฟื้นและเร่งการแตกกิ่งรุ่นใหม่เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของต้นหลังแต่งกิ่งแล้วพ่นด้วยสาร จิบเบอรเรลลิก แอซิด ความเข้มข้น 25 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร สามารถคำนวณโดยการใช้สาร จิบเบอเรลลิก แอซิด ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดได้แก่ โปรจิ๊บ พลัส ชนิด 10% ใช้อัตรา 5 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร และผสมสารจับใบด้วย โดยพ่นทางใบให้ทั่วต้นจะสามารถกระตุ้นการผลิใบอ่อนได้
ระยะนี้จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนโดยธรรมชาติ เมื่อต้นมะนาวได้รับน้ำฝนจะทยอยออกดอกเป็นระยะๆ จึงต้องให้มะนาวออกใบอ่อนในช่วงนี้ การดูแลใบอ่อนรู่นใหม่ต้องให้มีความสมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลงเข้าทำลาย ช่วงนี้มักพบหนอนชอนใบเข้าทำลายใบอ่อนต้องกำจัดให้หมด ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคมนี้มะนาวจะแตกกิ่งใหม่ใบใหม่ การบำรุงรักษานอกจากดูแลเรื่องโรคแมลงแล้ว ยังต้องให้อาหารเสริมทางใบที่ประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารต่างๆ เช่น แมกนีเซียมโบรอน สังกะสี แคลเซียม ฯลฯ เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของใบใหม่
พอถึงเดือนกรกฎาคม ก็ใส่ปุ๋ยทางดินที่มีธาตุฟอสฟอรัสสูง ได้แก่ สูตร 8-24-24 ในสภาพดินทรายและสูตร 12-24-12 ในสภาพดินเหนียวในอัตราต้นละ 2 กิโลกรัม เพื่อเร่งการเจริญของใบให้มีสภาพสมบูรณ์เต็มที่
เข้าสู่กลางเดือนกรกฎาคม ราดสารพาโคลบิวทราโซลลงที่โคนต้น โดยอัตราการใช้สารพิจารณาจากขนาดของทรงพุ่มและชนิดของสภาพดินที่ปลูก โดยมีอัตรา 2 กรัมต่อทรงพุ่มกว้าง 1 เมตร ในสภาพดินทราย และเพียง 1 กรัมต่อทรงพุ่ม 1 เมตร ในสภาพดินเหนียว และผสมสารด้วยน้ำ 2-4 ลิตร ราดบริเวณรอบโคนต้น
การใช้สารดังกล่าวเพื่อควบคุมให้ต้นมะนาวมีการพักตัว หยุดการเจริญเติบโตทางกิ่งใบ สะสสมอาหารพร้อมที่จะเกิดการสร้างดอกและผลได้ ซึ่งจะใช้สารพาโคลบิวทราโซลให้ได้ผลดี สภาพดินควรมีความชื้นอย่างเพียงพอ
ช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ควรมีการพ่นปุ๋ยทางใบที่มีธาตุอาหารฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง ได้แก่ สูตร 0-52-34 อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยผสมร่วมกับสารจับใบ จำนวน 6-8 ครั้ง ทุกๆ 7 วัน จะมีผลควบคุมให้ต้นงดการสร้างใบอ่อนและสะสมอาหารได้ดี งดการให้น้ำเพื่อให้พักตัวและการสะสมอาหารของกิ่งและต้น
หลังจากใช้สารพาโคลบิวทราโซลแล้วประมาณ 2 เดือนถึง 2 เดือนครึ่งเป็นระยะที่ต้นมะนาวเริ่มแสดงความพร้อมต่อการออกดอก สังเกตได้โดยต้นจะหยุดการแตกกิ่งใบใหม่ ใบจะเขียวเข้ม ตามบริเวณซอกใบของกิ่งเริ่มพัฒนาบวมพองขึ้นจนใสมารถแทงช่อดอกได้บ้างบางกิ่ง
ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้ ระวังเรื่องศัตรูจะเข้ามาทำลายเพราะเป็นระยะที่ใบอยู่ในสภาพดี เป็นระยะของการจะออกดอกและติดผลอ่อนมักพอปัญหากาอรระบาดของเพลี้ยไฟและไรตลอดจนโรคแคงเกอร์ จึงต้องควบคุมป้องกันดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยการพ่นสารเคมีก่อนแทงช่อดอก
ในราวกลางเดือนกันยายน เร่งการแตกตาหรือทำลายการพักตัวของตา จะกระตุ้นให้มะนาวออกดอกได้ด้วยการพ่นสารเคมีเร่งการแตกตา มีสารที่ใช้ได้ผลหลายชนิด ได้แก่ สารไทโอยูเรีย อัตรา 0.25% หรือโพแทสเซียมไนเตรท อัตรา 2.5% จำนวน 2 ครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามหากมีการให้สารไทโอยูเรียเร็วเกินไป จะทำให้มะนาวมีโอกาสแตกใบอ่อนแทนการออกดอก เนื่องจากตาดอกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
เมื่อมีการออกดอกสม่ำเสมอแล้วตั้งแต่เดือน กันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน จำเป็นต้องมีการจัดการให้น้ำโดยเริ่มให้ต้นมีความชุ่มชื้นบ้างในระยะแรก และเพิ่มขึ้นเมื่อมีการติดผลทั่วต้น เพราะถ้าสภาพต้นเกิดการขาดน้ำจะทำให้การหลุดร่วงของผลอ่อนง่ายขึ้น
ช่วงนี้พ่นอาหารเสริมทางใบที่ประกอบด้วยธาตุอาหารต่างๆ ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนห่างกันทุก 2 สัปดาห์ เพิ่มความสมบูรณ์ของดอกและผลอ่อน ทางดินใส่ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น โดยแบ่งใส่ 2 ครั้งๆ ละ 1 กิโลกรัมต่อต้น ในเดือนพฤศจิกายนและดือนมกราคมเพื่อต้นนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของผล
จากเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน จะต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ พ่นอาหารเสริมทางใบตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธุ์ห่างกันทุก 4 สัปดาห์
- ระหว่างธันวาคมกับเดือนมกราคม มะนาวจะเป็นผลอ่อนสมบูรณ์ ต้องคอยดูแลเรื่องแมลงเข้าทำลายให้ดี
- พอถึงเดือนกุมภาพันธ์ มะนาวแก่เริ่มทยอยให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้แล้ว
- เดือนมีนาคมกับเดือนเมษายนเป็นระยะเวลาที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเข้าหน้าแล้งพอดี
ทั้งหมดนี้เป็น เทคนิคการบังคับให้มะนาวติดผล ในหน้าแล้ง ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้เพราะมีการวิจัยทดลองกันมาจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว
มะนาวที่ใช้บังคับให้ออกนอกฤดูนั้น ถ้าเป็นมะนาวที่ลงปลูกใหม่อยู่ในวันรุ่นก็ให้ดูที่ทรงพุ่มหากสูงท่วมหัวทรงพุ่มสวยสมบูรณ์ก็สามารถทำได้แล้ว เมื่อก่อนมะนาวจะให้ผลผลิตเมื่อย่างเข้าปีที่ 3 หลังการปลูก แต่ปัจจุบันนี้ใช้เวลา 1-2 ปี มะนาวก็ให้ผลผลิตได้แล้ว หลังจากที่มะนาวให้ผลผลิตรุ่นแรกพอรุ่นต่อไปก็บังคับให้ออกหน้าแล้งได้เลย ส่วนใหญ่จะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป
มาผลิตมะนาวหน้าแล้งกันเถอะ เกษตรกรเองก็ลดปัญหาเรื่องราคาตกต่ำไปได้ ผู้บริโภคก็จะได้รับผลผลิตไม่ต้องซื้อหามะนาวแสนแพงในหน้าแล้ง มะนาวก็จะมีบริโภคกันตลอดปี ใครที่จะปลูกตรงตามฤดูก็ว่ากันไป มะนาวนั้นนอกจากผลสดแล้วยังแปรรูปได้อีกสารพัด ฝรั่งชอบต้มยำกุ้งก็เพราะมีมะนาวเป็นส่วนประกอบสำคัญนั่นเอง ตอนนี้มะนาวได้ขึ้นเครื่องบินไปอวดโฉมต่างประเทศกันบ้างแล้ว มะนาวจึงมีอนาคตสดใสเพราะเป็นผลไม้คู่ครัวอยู่ตลอดกาล อ่านต่อ ขั้นตอนการบังคับมะนาวด้วยน้ำในวงบ่อรองซีเมนต์

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น