ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิธีกำจัดหนอน เพลียไฟ ไรแดง โรคต่างๆ แบบอินทรีย์

วิธีกำจัดหนอน เพลียไฟ ไรแดง โรคต่างๆ โดย คุณศิราวุธ



คุณศิราวุธ เล่าให้ทีมงานฟังว่า ก่อนหน้านี้ที่เขาปลูกมะกรูดใหม่ๆ “หนอน” ระบาดเยอะมาก “จับหนอนแทบจะทุกวัน” พอหลังจากที่หนอนลงแล้ว พวกเพลียไฟ ไรแดง โรคต่างๆ นาๆ ก็เขามารุมเร้าทันที เป็นผลพลอยได้ของมะกรูดไปด้วย

เป็นช่วงระยะหนึ่งที่ลงจำพวกสารเคมีค่อนข้างหนักพอดูใช้ไปใช้มาก็รู้สึกว่าเริ่มเอาไม่อยู่แล้วแมลงเกิดการดื้อยาหนักเข้าไปอีก ตรงนี้ก็ทำให้ต้นตายไปแล้วบางส่วน ที่เหลือก็ตัดต้นทิ้งเหลือแค่ตอโผล่ออกมานิดเดียวเท่านั้น


ด้วยประสบการณ์ครั้งนั้น ตัวเขาจึงเริ่มศึกษาทั้งทางอินเตอร์เน็ตบ้าง หนังสือ ตำราต่างๆ บ้าง และทำให้ได้มารู้จักกับแบคทีเรีย บาซิลัส ทูริงเยนซิส (บีที) เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งตามธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการทำลายแมลง โดยเฉพาะหนอนผีเสื้อ และเชื้อราบิวเวอร์เรีย ที่เป็นพวกเชื้อราทำลายแมลง


โดยปกติการทำลายของแมลงมักเข้าทำลายเฉพาะใบอ่อนเท่านั้น ดังนั้นหากจัดการในช่วงของใบอ่อนได้ก็ไม่เป็นปัญหา หากจะเลือกเป็นประเพศเคมีเขาแนะนำว่า สามารถใช้เป็นพวกอะบาเม็กติน หรือใช้เพอร์เมทรินก็ได้ ให้ฉีดพ่นวันแรกที่ใบเริ่มแตกออกมา พ่นอีกทีคือวันที่ 4 หลังจากพ่นรอบแรกแล้วและวันที่ 7 อีกครั้งหนึ่ง เรียกสูตรนี้ว่า 1-4-7 พอผ่านวันที่ 7 ไปแล้ว ใบจะเริ่มคลีออกมา และแก่ขึ้น แมลงต่างๆ ก็จะไม่ลงแล้ว หรือถ้าเป็นไรแดงก็ให้พ่นกำมะถัน แต่ตรงนี้จะไม่เข้าไปทำลายไข่ ให้ใช้โพรพาไกต์ ฉีดพ่นประมาณ 2 รอบ

ประเด็นคือเขาเลือกวิธีการแบบอินทรีย์เข้ามาจำกัดศัตรูพืชมากกว่า เช่นบิวเวอร์เรียก็สามารถป้องกันได้ประมาณ 80% ในสวนของเขา ซึ่งนำมาจากศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสุพรรณบุรีและบีทีที่สามารถหาซื้อได้จากทางอินเตอร์เน็ต ต่อหัวเชื้อบิวเวอร์เรียลงในเมล็ดข้าวเปลือก บางคนที่เคยต่อหัวเชื้อไตรโคเดอร์มาก็เป็นวิธีเดียวกันซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเอง ดังนี้


ต้นข้าวเปลือกให้สุขพองประมาณ 1 ชม. 30 นาที แล้วนำไปพึ่งให้พอหมาดและเย็น ก่อนนำมาใส่ถุงประมาณครึ่ง กก./ถุง หยอดหัวเชื้อเม็ดข้าวฟ่างพอประมาณ มัดปากถุงให้เรียบร้อยก่อนนำเข็มเบอร์ 12 เจาะตามถุง เพื่อระบายอากาศ จากนั้นก็รอให้เชื้อเดินเต็มเมล็ดข้าวเปลือกอีกประมาณ 8 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งเขาบอกว่า หัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง 1 ขวด สามารถนำมาต่อได้ประมาณ10-15 กก.ทีเดียว และเก็บเชื้อเมล็ดข้าวเปลือกไว้ในตู้เย็นได้นาน 1-2 อาทิตย์ เพราะหากเก็บไว้นานเกินอาจทำให้หัวเชื้ออ่อนแอ ประสิทธิภาพอาจอ่อนแอตามไปด้วย


สำหรับวิธีการใช้ในส่วนมะกรูดบ้านคุณปู่จะใช้ในอัตราส่วน 1 กก./น้ำ 200 ลิตร หรือประมาณ 2 ถุงนั้นเอง
วิธีการขยายเชื้อบีที ก่อนอื่นต้องน้ำหัวเชื้อที่สั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใส่น้ำตาลทราย 1 กก. กับนทข้นหวาน 1 กก. จากนั้นเป่าอากาศทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน เติมน้ำตาลทรายไปอีก 1 กก. และนมข้นหวานอีก 1 กระป๋อง พักไว้ 3 วัน ก็สามารถนำไปใช้หรือบรรจุลงขวดเก็บไว้ในตู้เย็นประมาณ 2 เดือน หลักการนำไปใช้ต้องนำไปผสมน้ำก่อน โดยใช้บีที 1 ลิตร/น้ำ
ในการฉีดพ่นแต่ละครั้ง 200 ลิตร

การตัดใบมะกรูดขาย

“ในส่วนการขายแต่ใบเพียงอย่างเดียว ก่อนหน้านี้จะขายส่งตลาดก่อน แต่พอมีคนเห็นว่าที่นี้ใบสวยและใหญ่ พักหลังเขาก็จะเข้ามาจองเองและที่ปลูกอยู่นี้ก็มีคนจองหมดแล้วซึ่งตอนนี้ส่งให้บริษัทส่งออก โรงงานน้ำพริกและโรงงานอบแห้ง” ซึ่งคุณศฺราวุธทำเป็น คอนแทรคฟาร์มมิ้ง (Contrect Farming) คือเป็นการทำสัญญาระหว่างเจ้าของฟาร์มกับผู้ซื้อด้านการซื้อขายในราคาที่ตกลงกันไว้ หรือที่เรียกว่า “ราคาประกัน” ณ ปัจจุบันนี้ราคาใบมะกรูดจากสวนเฉพาะใบอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 100 บาท/กก. หรือถ้าเป็นกิ่งติดใบด้วยประมาณ 40-50 บาท/กก. เฉลี่ยคร่าวๆ ได้ว่าเขาสามารถสร้างรายได้เข้าสวนประมาณ 50,000 บาท/เดือน เพราะต้องเก็บทุกวัน หมุนเวียนเก็บผลผลิตไปเรื่อยๆ จึงทำให้เขามีรายได้ทุกวันไม่ขาดมือ

อย่างไรก็ตามเส้นทางเกษตรก็ไม่เคยเรียกว่าหยุดนิ่ง สร้างโอกาสให้ผู้ที่เดินเร็วกว่าเสมอ ดังนั้นไม่ใช่เพียงว่าแค่เดินตามให้ทันเท่านั้น แต่ต้องเดินให้นำมีแนวคิดวิธีการที่เด่นชัดเป็นของตนเอง จากคุณศิราวุธที่แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้และการศึกษาค้นคว้าอยู่เสมอทำให้เขามองเห็นโอกาสของพืชพื้นบ้านเล็กๆ ที่ความต้องการต่อครัวเรือนน้อยแต่เป็นความต้องการแทบทุกครัวเรือนต่างหาก ที่เป็นประเด็นสำคัญ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การปลูกมะนาวระบบไฮโดรโปนิกส์ มะนาวกระถางแก้มลิง ในพื้นที่จำกัด

อาจารย์นภพล  รัตนสุนทร แห่งวิทยาลัยเทคนิคนครนายก จังหวัดนครนายก อาจารย์ภาควิชาไฟฟ้ากำลัง ให้ความสนใจในเรื่องของการทำเกษตร โดยนำเอาองค์ความรู้เชิงช่างมาประยุกต์เข้ากับงานการเกษตร สร้างผลงานนวัตกรรมใหม่ออกมาหลายชิ้นงาน และ 1 ในผลงานที่เกี่ยวกับงานการทำเกษตรโดยตรงก็คือ การคิดประดิษฐ์ปลูกมะนาวกระถางแก้มลิง กับ การปลูกมะนาวระบบไฮโดรโปนิกส์ ให้ประชาชนทั่วไปที่มีพื้นดินทำกินไม่มากนัก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตามบ้านจัดสรรหรือบ้านพักอาศัยในเมืองที่ต้องการปลูกมะนาวไว้ดูเล่นหรือเพื่อบริโภค ได้มีโอกาสปลูกมะนาวในพื้นที่จำกัดและปลูกมะนาวได้หลายปี แม้จะเป็นการปลูกในกระถางก็ตามที แต่เป็นการคิดหาวิธีให้ต้นมะนาวสามารถเจริญเติบโตในพื้นที่จำกัดได้ โดยมีน้ำที่เป็นหัวใจหลักของการปลูกมะนาวคอยหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ “ อาจารย์นภพล  รัตนสุนทร ” กล่าวว่า แนวความคิดการนำต้นมะนาวมาปลูกในกระถางที่มีพื้นที่แคบๆ และให้มีน้ำหล่อเลี้ยงระบบรากมะนาวอยู่เสมอ การป้องกันมิให้ต้นมะนาวขาดน้ำนั้น มาจากหลักการทางธรรมชาติที่มีมาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์มาแล้ว หลายๆ คนอาจจะไม่ได้สังเกตว่าเวลาเราเดินผ่านหัวคันนาจะมองเห็นต้นไม้ยื่...

สรรพคุณและคุณค่าของมะนาว พืชเศรษฐกิจและพืชสมุนไพรของคนไทย

สรรพคุณ คุณค่าของมะนาว มะนาวพืชเศรษฐกิจและพืชสมุนไพร ถูกนำมาใช้ประกอบอาหารปรุงแต่งให้มีรสเปรี้ยวในทางสมุนไพรมีการระบุสรรพคุณของมะนาวเอาไว้ ดังนี้ ใบ รสเปรี้ยว ใช้ใบมะนาว 108 ใบ ต้มน้ำดื่ม กัดฟอกเสมหะ ฟอกโลหิตระดู น้ำในผล รสเปรี้ยว ผสมเกลือและน้ำตาลทรายแดงจิบแก้เสมหะ แก้ไอ รับประทานแก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิตกัดเถาดานในท้อง ล้างเสมหะในคอ เมล็ด รสขมหอม คั่วแล้วบดเป็นผง หรือต้มดื่มน้ำ แก้ซาง ขับเสมหะ แก้ไข้ แก้พิษไข้ร้อน บำรุงน้ำดี ราก รสจืดเย็น แก้ไข้ ถอนพิษ แก้ไข้กลับไข้ช้ำ ถอนพิษผิดสำแดงฝนกับสุราทาแก้ปวดฝี แก้พิษอักเสบ ผลมะนาว ในผิวมะนาวพบสารที่มีน้ำมันหอมระเหยประกอบด้วย d-Li-monene, Linalool, Citric acid และ Ascorbix acid ในน้ำมะนาวมีสารเคมีเช่น Siaronoid, Organic Acid, Citral และ วิตามินซี มะนาวมีน้ำหอมระเหยที่ให้กลิ่นสดชื่น เพราะมีส่วนประกอบของสารซิโตรเนลลัล (Citronellal) ซิโครเนลลิน อะซีเตต (Citronel-Iyl Acetate) ไลโมนีน (Limonene) ไลนาลูล (Linalool) เทอร์พีนีออล (Terpeneo) รวมทั้งกรดซีตริค (Citric Acid) กรดมาลิก (MalicAcid) และกรดแอสคอร์บิก (Ascorbi...

แนะนำเทคนิคการปลูกมะนาวสู้แล้ง โดย สง่า ศรีแจ้

เทคนิคการปลูกมะนาวสู้แล้ง เดินเข้าไปจ่ายตลาดสดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน-พฤษภาคม ล่วงเลยไปถึงเดือนมิถุนายน คุณพ่อบ้านคุณแม่บ้านหลายคนบ่นกันพึมพำว่าช่วงนี้มะนาวแพงหูฉี่ที่สุนในรอบปี ปีนี้ก็เหมือนกัน มะนาวขนาดเบอร์เล็กสุดราคา 1.50-3 บาท เบอร์ใหญ่สุดราคา 3-5 บาท ส่วนราคาที่แม่ค้าขายให้กับผู้บริโภคนี้เล่นเอาแม่ค้าขายต้มยำ ตำบักหุ่ง(ส้มตำ) ถึงกับเป็นงง…? ไปเลยเชียวละ ถ้าเป็นเกษตรกรรายใดมีมะนาวขายในช่วงเดือนดังกล่าว คงจะยิ้มแย้มแจ่มใสกันไปตามๆ กัน แต่ใช่ว่าเกษตรกรจะยิ้มกันได้ทุกราย เพราะหน้าแล้งมะนาวขาดแคลนติดผลออกลูกยากมาก ผลไม่ดก จะมีไม่กี่ลูกด้วยเหตุนี้จึงทำให้มะนาวราคาแพงหนักหนา คุณสมิทธ์  เพชรานนท์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาที่ดินที่ 1 สถานีพัฒนาที่ดินบอกว่า เห็นจะไม่จริง เชิญตามไปดูที่สวนของหมอดินอาสา คุณสง่า  ศรีแจ้ อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 6 ตำบลไร่สะท้อน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เป็นเกษตรกรอีกรายหนึ่งที่ปลูกมะนาวออกผลตลอดปี โดยเฉพาะการปลูกมะนาวหน้าแล้งของเขาขณะนี้ออกลูกดกมากมาย กำลังเก็บขายอยู่ทุกๆ วันอาทิตย์ ได้อาทิตย์ละหลายหมื่นทีเดียว แนะนำ  เทคนิคการปลูกมะน...